Code 448 : Sideway in the Box... ในกรอบ 1070 - 1088... รอเลือกทิศทางอยู่...

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2554
ATT Code : Sideway in the Box... ในกรอบ 1070 - 1088... รอเลือกทิศทางอยู่...

-คาดว่าวันนี้จะมีการแกว่งตัวอยู่ในกรอบนี้
กรอบเล็ก : 1078 - 1085...
กรอบใหญ่ : 1070 - 1097...

* ระยะ Day >>> เป็น Sell Signal หลังจากที่ดัชนีลงมาต่ำกว่า ฺBBT....
* ระยะ Week >>> ยังอยู่ใน Bull Market.... ขึ้นมาอยู่เหนือ BBA.... SETI มีกรอบอยู่ที่ 1050 - 1120... รอ Main Indicators เป็น Buy Signal...
* ระยะ Month >>> Bull Market.. SETI อยู่ในกรอบ BBT - EMA10... หรือที่ 1053 - 1180...

*** แนวโน้มหลัก : ฺBull market... but OS and Sell Signal ***
* SETI มีสัญญาณ Sell Signal เกิดขึ้น หลังจากดัชนีหลุด BBT ลงมา...
* SETI อยู่ในเขต Oversold... แต่ก็เข้ามาอยู่ใน Trading Range แล้ว...
* Chart Pattern เป็นลักษณะ SideWay...

---------------------------------------------------------------------------
1. เข้าที่...
วันพฤหัส SETI ปิดที่ 1083.08 จุด+10.40 จุด... Volume 25,873 MB...
- SETI มีสัญญาณ Sell Signal เกิดขึ้น หลังจากดัชนีหลุด BBT ลงมา...
- EMA5 อยู่เหนือกว่า EMA10 อยู่...
- CandleStick = White Candle เป็นลักษณะ SideWay...

- Main Indicators... เริ่มทรงๆ ตัว ตามการ Sideway...
1. MacD... MacD Still higher than Signal Line... แต่ MacD Osc เริ่มมีค่าลดลง...
2. SSTO... ฺี%K Still higher than %D... & Strong (Above 50)... %K ขึ้นมาเล็กน้อย...
3. RSI... RSI above MAV9... Strong (Above 50)...

- Minor Indicators... กลับมาทรงๆ ตัว...
1. %R... เป็น Sell Signal... ตัด -10 ลงมาแล้วแล้ว... ลงมาจากเขต Over Bought เข้ามาอยู่ใน Trading Range....
2. CCI... เป็น Sell Signal... ตำ่กว่า 100 ลงมาแล้ว... ลงมาจากเขต Over Bought เข้ามาอยู่ใน Trading Range....
3. ADX... ยังคง Up Trend (DI+ Above DI-)... แต่ DI+ เริ่มย่อลงมาแล้ว...
----------------------------------------------------------------------------
2. ระวัง...
- ระวังถ้าดัชนีหลุด 1076... ก็จะลงมาที่เป้าหมายที่ 1070 ได้

-----------------------------------------------------------------------------

3. ไป...
แนวโน้มวันนี้ >>> Sideway in the Box... ในกรอบ 1070 - 1088... รอเลือกทิศทางอยู่...

- สัญญาณบวก >>> ถ้าดัชนีสามารถยืนเหนือ 1083 ได้... ก็มีโอกาสที่จะเกิดเป็น Buy Signal ได้ใหม่ ถ้าดัชนีผ่าน BBT ขึ้นมาอีกครั้ง... โดยมีเป็นหมายที่ 1097 จุด...

- สัญญาณลบ >>> ถ้าดัชนีไม่สามารถยืนเหนือ 1083 ได้.... แล้วลงมาต่ำกว่า 1076 ก็มีโอกาสที่จะลงไปส่งเส้นแนวรับที่ EMA5 ได้... โดยถ้าหลุด EMA5 ก็จะเกิด Sell Signal ขึ้นมา...

-----------------------------------------------------------------------------
แนวรับ : 1078 / 1070 EMA5...
แนวต้าน :1085 BBT / 1088 / 1097...



-----------------------------------------------------------------------------
MARKET WAVE Analysis
8 กค. 54 (+10.40 จุด) โกมล พงศ์วิญญู เลขทะเบียน 18338

เกิน 1083.26 ขึ้น 1093 – 96 จุด
แนวโน้มวันศุกร์นี้ ถ้าเกิน 1083.26จุดสูงสุดวันพฤหัสและเส้นค่าเฉลี่ย 25 ชั่วโมงได้ ดัชนีมีโอกาสขึ้นต่อแถว 1093 – 96 ใกล้จุดสูงสุดเดิมของสัปดาห์นี้

ภาพโดยรวม ยังคงเป็นการแกว่งตัวในกรอบ 1070 – 97 หรือ ระหว่างจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดของสัปดาห์

ขณะที่การปรับตัวลง ต่ำกว่า 1069.88 จุดต่ำสุดของสัปดาห์นี้ ดัชนีมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงต่อแถว 1035 – 40 จุด ใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน ( กรณีนี้มีโอกาสเกิดขึ้น ไม่ช้าก็เร็ว )

GUNKUL
กำลังปรับตัวในกรอบสามเหลี่ยม ภาพระยะชั่วโมง รอซื้อตามเมื่อปรับตัวเกิน 16.60 กรอบบนของสามเหลี่ยม เป้าหมายหนึ่งถึงสองวัน17.00 – 17.50( ตัดขาดทุนถ้าต่ำกว่า 16.30 )

MAJOR
ปรับตัวทะลุกรอบสามเหลี่ยม ภาพระยะสัปดาห์ขึ้นมาได้ ทยอยซื้อ 15.90 – 16.10 หรือรอซื้อตามเมื่อปรับตัวเกิน 16.30 จุดสูงสุดวันพฤหัส เป้าหมายระยะสัปดาห์ 17.80 – 18.10( ตัดขาดทุนถ้าต่ำกว่า 15.70 )

หุ้นเด่น
10 อันดับซื้อขายสูงสุด
PTT ไม่น่าเกิน 342 – 343
JAS แกว่งตัว 3.20 – 3.42
PTTCH เกิน 158.50 ขึ้น 159.50 – 160
PF ต่ำกว่า 0.88 ลง 0.80 – 0.82
BBL ต่ำกว่า 163.50 ลง 155 – 158
INOX ต่ำกว่า 2.08 ลง 1.84 – 1.94
ADVANC ไม่ต่ำกว่า 108 ขึ้น 112 – 114
BLAND แกว่งตัว 0.70 – 0.77
TOP ไม่น่าเกิน 77 – 77.25
KBANK ไม่เกิน 130 ลง 117 – 122

-----------------------------------------------------------------------------

DJIA:ตลาดหุ้นนิวยอร์ค:หุ้นค้าปลีก,เทคโนฯหนุนดาวโจนส์ปิดบวก 0.7%

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นเป็น

วันที่ 8 หลังข้อมูลตลาดแรงงานและยอดค้าปลีกที่ดีขึ้นได้เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับ

ตลาดก่อนการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนมิ.ย.ในวันศุกร์นี้

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 93.47 จุดหรือ 0.74%

สู่ 12,719.49, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 14 จุดหรือ 1.05% สู่ 1,353.22

และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 38.64 จุดหรือ 1.36% สู่ 2,872.66

ปริมาณการซื้อขายยังคงเบาบางราว 6.69 พันล้านหุ้นในตลาดหุ้นนิวยอร์ค,

ตลาดหุ้นอเมริกัน (American Stock Exchange) และตลาดหุ้น Nasdaq ซึ่ง

ต่ำกว่าระดับเฉลี่ยต่อวันของปีที่แล้วที่ 8.47 พันล้านหุ้น โดยมีจำนวนหุ้นบวกนำหน้า

หุ้นลบ 4 ต่อ 1 ในตลาดนิวยอร์ค และ 3 ต่อ 1 ในตลาด Nasdaq

ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 8.3% ในช่วง 8 วันที่ผ่านมาซึ่งเป็นการปรับตัว

ขึ้นมากที่สุดในรอบ 2 ปี, ดัชนี S&P 500 บวก 6.7% ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.

2010 และดัชนีดาวโจนส์บวก 6.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน

หุ้นทั้ง 10 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้นกลุ่มวัสดุซึ่งพุ่ง

ขึ้น 1.5%

ทั้งดัชนี S&P หุ้นกลุ่มค้าปลีกและดัชนีดาวโจนส์กลุ่มการขนส่งพุ่งแตะ

ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ข้อมูลจาก ADP บ่งชี้ว่า นายจ้างภาคเอกชนของสหรัฐเพิ่มการจ้างงาน

157,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย.ซึ่งมากกว่าสองเท่าของจำนวนที่คาดไว้ และเพิ่ม

ความหวังว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาอาจเป็นเพียงชั่วคราว

รายงานดังกล่าวทำให้มีการคาดการณ์ว่า รายงานการจ้างงานนอก

ภาคเกษตรของกระทรวงแรงงานสหรัฐในวันศุกร์นี้ จะบ่งชี้หลักฐานมากขึ้นของ

ตลาดแรงงานที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการทะยานขึ้นของตลาดจน

ถึงสิ้นปีนี้

นักวิเคราะห์บางรายระบุว่า การทะยานขึ้นของตลาดเป็นการฟื้นตัว

ในระยะสั้น และคาดว่าการซื้อขายจะผันผวน

หุ้นของบริษัทค้าปลีกปรับตัวขึ้นมากที่สุดหลังบริษัทหลายแห่งรายงาน

ยอดขายเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนมิ.ย.โดยใช้มาตรการต่างๆเพื่อดึงดูดผู้บริโภค

ดัชนี S&P หุ้นกลุ่มค้าปลีกพุ่งทำนิวไฮ 2.4% และดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิ

คอนดักเตอร์บวก 2.1%

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับการประนีประนอม

เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐ ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามาและ

ผู้นำสภาคองเกรสหารือกันเพื่อหาทางออกเรื่องค่าใช้จ่ายและภาษี--จบ--

ตลาดน้ำมันนิวยอร์ค:ตัวเลขศก.หนุนน้ำมันดิบปิดพุ่งขึ้น 2%

ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดพุ่งขึ้น 2 % ในวันพฤหัสบดี

ในขณะที่ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน, ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และยอดค้าปลีก

ที่ดีเกินคาดทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนส.ค.ทะยานขึ้น 2.02 ดอลลาร์ หรือ 2.09 %

มาปิดตลาดที่ 98.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 96.99-99.42

ดอลลาร์ โดยจุดสูงสุดของวันพฤหัสบดีถือเป็นจุดสูงสุดของสัญญาเดือนใกล้นับตั้งแต่

แตะ 99.95 ดอลลาร์ในวันที่ 15 มิ.ย.

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนส.ค.ที่ตลาดกรุงลอนดอนพุ่งขึ้น 4.97 ดอลลาร์

สู่ 118.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่

วันที่ 9 พ.ค.

บริษัทเอดีพีรายงานว่า การจ้างงานภาคเอกชนในสหรัฐเพิ่มขึ้น 157,000

ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. หลังจากปรับขึ้น 36,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. โดยการเพิ่มขึ้น

ในเดือนมิ.ย.อยู่ในระดับสูงกว่าสองเท่าของตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์

บริษัทค้าปลีกชั้นนำของสหรัฐรายงานยอดขายที่ดีเกินคาดสำหรับเดือนมิ.ย.

หลังจากจูงใจลูกค้าด้วยมาตรการลดราคา โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่าบริษัทค้าปลีก

อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการลดราคาต่อไปในฤดูเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึง

นายโมฮัมหมัด อาลี คาติบี ผู้ว่าการอิหร่านประจำกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน

(โอเปก) กล่าวว่า อิหร่านกำลังส่งออกน้ำมันสู่อินเดีย ถึงแม้ไม่ได้รับการชำระเงิน

มานานหลายเดือนแล้ว โดยการส่งออกนี้มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องส่วนแบ่งตลาดของ

อิหร่านจากคู่แข่งที่พยายามตัดราคา อย่างเช่นซาอุดิอาระเบีย

สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อก

น้ำมันดิบสหรัฐลดลง 900,000 บาร์เรล สู่ 358.6 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์สิ้นสุด

วันที่ 1 ก.ค., สต็อกน้ำมันกลั่นลดลง 200,000 บาร์เรล สู่ 142.1 ล้านบาร์เรล, สต็อก

น้ำมันเบนซินลดลง 600,000 บาร์เรล สู่ 212.5 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมัน heating oil

เพิ่มขึ้น 300,000 บาร์เรล สู่ 33.8 ล้านบาร์เรล ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่น

น้ำมันเพิ่มขึ้น 0.3 % สู่ 88.4 %--จบ--

ตลาดโลหะมีค่านิวยอร์ค:ทองขยับขึ้นก่อนสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงาน

ราคาทองที่ตลาดสหรัฐปิดปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี แต่ทรงตัวอยู่ที่ราว

1,530 ดอลลาร์/ออนซ์ ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่คงสถานะการลงทุนเดิมไว้ ก่อนที่สหรัฐ

จะเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมิ.ย.ในวันศุกร์

ราคาทองในตลาดสปอตขึ้นไปแตะ 1,534.20 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุด

นับตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.

นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าสหรัฐอาจรายงานในวันศุกร์ว่า การจ้างงานเพิ่มขึ้น

50,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย.

ถ้าหากสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาด ปัจจัยดังกล่าว

ก็อาจทำให้นักลงทุนลดความต้องการซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ถ้าหาก

สหรัฐรายงานตัวเลขที่อ่อนแอเกินคาด ราคาทองก็อาจทะยานขึ้นเข้าใกล้เพดานของ

กรอบซื้อขายในปัจจุบัน

สำหรับราคาโลหะมีค่าที่ตลาด COMEX ในวันพฤหัสบดีมีดังต่อไปนี้

ปิดที่ระดับ (ดอลลาร์/ออนซ์) เปลี่ยนแปลง (ดอลลาร์)

ทองเดือนส.ค. 1,530.60 + 1.40

เงินเดือนก.ย. 36.536 + 62.00 (เซนต์)

ส่วนราคาโลหะมีค่าที่ตลาด NYMEX ในวันพฤหัสบดีมีดังต่อไปนี้

ปิดที่ระดับ (ดอลลาร์/ออนซ์) เปลี่ยนแปลง (ดอลลาร์)

พลาตินั่มเดือนต.ค. 1,743.00 + 9.60

พัลลาเดียมเดือนก.ย. 786.55 + 13.35 --จบ--

ตลาดเงินนิวยอร์ค:ยูโรแข็งค่าหลัง"ทริเชต์"ยันอัดฉีดสภาพคล่องให้โปรตุเกส

ยูโรปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี หลังนายฌอง-คล็อด ทริเชต์

ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า อีซีบีจะผ่อนคลายกฏเกณฑ์ และยังคงอัดฉีด

สภาพคล่องให้กับโปรตุเกส ซึ่งได้ช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรป

ทั้งนี้ ดอลลาร์อยู่ที่ 81.190 เยน เทียบกับระดับปิดวันพุธที่ 80.920 เยน

ส่วนยูโรอยู่ที่ 1.4353 ดอลลาร์และ 116.56 เยน เทียบกับระดับปิดวันพุธที่

1.4316 ดอลลาร์และ 115.84 เยน

ในการแถลงข่าวหลังอีซีบีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ 1.50% นั้น

นายทริเชต์กล่าวว่า อีซีบีได้ตัดสินใจระงับการขออันดับเครดิตขั้นต่ำในหลักทรัพย์ค้ำ

ประกันของโปรตุเกส

ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเยน หลัง ADP Employer Services

เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้นในเดือนมิ.ย. และกระทรวงแรงงาน

สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ซึ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร

เดือนมิ.ย.ในวันศุกร์นี้ ซึ่งคาดว่าหลังจากการเปิดเผยข้อมูล ADP นักเศรษฐศาสตร์

จะปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจากที่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น

90,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย.

ตลาดเงิน Emerging Asia:บาทแข็งนิวไฮ 3 สัปดาห์ กระแสเงินทุนหนุนสกุลภูมิภาค

บาทแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ในวันนี้ หลังจาก

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะควบคุมเงินเฟ้อ

ขณะที่กระแสเงินทุนไหลเข้าหนุนคาดการณ์ว่า สกุลเงินที่อ่อนแอในภูมิภาค

อาจแข็งค่าขึ้นตามสกุลที่ดีดตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

กระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียอย่างต่อเนื่องช่วยหนุน

สกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยหักล้างผลกระทบจากยูโรที่อ่อนค่าลง

ก่อนการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)

ในวันนี้

นางสาวยิ่งลักษณ์กล่าวว่า รัฐบาลใหม่จะดำเนินนโยบาย

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทแบบลอยตัวเสรีแบบที่ใช้ในปัจจุบันต่อไป

"แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดการนโยบาย

อัตราแลกเปลี่ยน แต่คำกล่าวของคุณยิ่งลักษณ์ก็น่าจะหนุนให้ตลาดดัน

เงินบาทให้แข็งค่าขึ้นอีก โดยบาทที่มีเสถียรภาพและแข็งค่าถือเป็น

เครื่องมือสำคัญในการช่วยควบคุมเงินเฟ้อจากการนำเข้า" นายคัลลัม

เฮนเดอร์สัน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอัตราแลกเปลี่ยนจากสแตนดาร์ด

ชาร์เตอร์ดกล่าว

นับตั้งแต่ต้นปีนี้ บาทถือเป็นสกุลเงินเอเชียที่ปรับตัวย่ำแย่ที่สุด

โดยอ่อนค่าลง 0.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ท่ามกลางการหลีกเลี่ยง

ความเสี่ยงทั่วโลก และความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทย

กระแสเงินทุนไหลเข้าอาจจะช่วยหนุนสกุลเงินอื่นๆด้วย อาทิ

รูปี ซึ่งปรับตัวย่ำแย่มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย โดยปรับตัวขึ้น

0.6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้

ดีลเลอร์และนักวิเคราะห์กล่าวว่า คาดว่ารูปีจะได้แรงหนุน

มากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ลดลง เนื่องจากอินเดียมีความอ่อนไหวต่อราคา

น้ำมัน

ความต้องการของกลุ่มนักเก็งกำไรในต่างประเทศหนุนบาท/ดอลลาร์

ปรับตัวขึ้นสู่ 30.25 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. แต่ก็อ่อนค่า

ลงไปบ้างเมื่อยูโรปรับตัวลง

ดีลเลอร์ในกรุงเทพกล่าวว่า บาท/ดอลลาร์อาจทดสอบแนวต้านที่ระดับ

30.30 ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาดูค่าเงินยูโร

บาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นด้วย อาทิ ดอลลาร์

สิงคโปร์ และรูเปียห์ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 24.40-24.50 และ 290 ตามลำดับ

"การแข็งค่าของบาทจะต้องพึ่งพาการอ่อนค่าลงของดอลลาร์, เศรษฐกิจ

ที่ขยายตัวอีกครั้ง และการกลับเข้ามาของกระแสเงินไหลเข้าจำนวนมาก ซึ่งอาจจะ

ไม่มีปัจจัย 2 อย่างหลังในระยะใกล้นี้" นายเอ็มมานูเอล อึ้ง นักเศรษฐศาสตร์จาก

โอซีบีซี แบงก์กล่าว

ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้น ขณะที่กองทุนขายดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลาง

การคาดการณ์ว่า สิงคโปร์อาจจะปล่อยให้ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่ามากขึ้นเพื่อสกัด

เงินเฟ้อจากการนำเข้า

ดอลลาร์สิงคโปร์ยังได้แรงหนุนจากข้อมูลการจ้างงานที่สูงกว่าคาดของ

ออสเตรเลียด้วย

ส่วนเปโซแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์

จากความต้องการต่อเนื่องของธนาคารต่างประเทศ ขณะที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์

เข้าซื้อดอลลาร์ตั้งแต่ระดับ 42.80

ENGLAND:ดัชนีค่าระวางเรือ(Baltic Dry Index)ปิดบวก 10 จุด สู่ 1453

ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index) ปิดวานนี้ (7 ก.ค.) บวก 10 จุด

หรือ 0.69% สู่ระดับ 1453

ระดับสูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ 11793 และระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 554

ความเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมามีดังนี้:-

วันที่ ระดับปิด เปลี่ยนแปลง (จุด)

6 ก.ค. 1443 +15

5 ก.ค. 1428 +9

4 ก.ค. 1419 -3

1 ก.ค. 1422 +9

30 มิ.ย. 1413 -7

08-07-54>> แนวโน้มขาขึ้น... SETI ดีดตัวขึ้นมาและสามารถปิดเหนือแ​นวรับบริเวณ 1070 จุด

รวมทั้งสามารถปิดเหนือเส้น
ค่าเฉลี่ยได้ทุกเส้น ประกอบกับ Indicators ทุกตัวให้ค่าสัญญาณบวก จึงทำให้ SETI
มีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อไป
ดังนั้นในระยะสั้นแนะนำ "ซื้อ"

AP ปิด 5.50 บาท
รูปแบบราคาแบบ Triple Bottom โดยมีเส้น Neckline ที่ 5.50 บาท
ประกอบกับ Indicators ทุกตัวให้ค่าสัญญาณบวก รวมทั้งช่วง
ที่ผ่านมามีปริมาณการซื้อขายที่
​หนาแน่นขึ้น แนวโน้มเป็นขาขึ้น
แนะนำ "ซื้อ" แนวต้านที่ 6.00-6.20 บาท แนวรับที่ 5.40-5.30 บาท
Cut Loss หากราคาปิดต่ำกว่า 5.20 บาท

JAS ปิด 3.28 บาท
พักตัวอยู่ในรูปแบบสามเหลี่ยม รวมทั้ง Indicators ทุกตัวให้
สัญญาณเป็นบวก แนวโน้มเป็นขาขึ้น
แนะนำ "ซื้อ" แนวต้านที่ 3.60-3.70 บาท แนวรับที่ 3.24-3.20 บาท
Cut Loss หากราคาปิดต่ำกว่า 3.16 บาท

RAIMON ปิด 1.29 บาท
ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น และสามารถปิดเหนือค่าเฉลี่ยทุกเ
​ส้นได้อย่างต่อ
เนื่อง รวมทั้ง Indicators ทุกตัวให้ค่าสัญญาณเป็นบวก แนวโน้ม
เป็นขาขึ้น
แนะนำ "ซื้อ" แนวต้านที่ 1.35-1.40 บาท แนวรับที่ 1.27-1.25 บาท
Cut Loss หากราคาปิดต่ำกว่า 1.23 บาท

CPALL ปิด 47.00 บาท
แท่งเทียนมีสีขาวเต็มแท่งพร้อมป
​ริมาณการซื้อขายหนุน และปิดเหนือ
เส้นค่าเฉลี่ยได้ทุกเส้น แนวโน้มเป็นขาขึ้น
แนะนำ "ซื้อ" แนวต้านที่ 48.00-51.00 บาท แนวรับที่ 46.75-46.25
บาท Cut Loss หากราคาปิดต่ำกว่า 45.75 บาท


-----------------------------------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น