Code 171 : เล่นยากส์ ดูทิศทางลำบาก

วันที่ ตุลาคม 2553

ATT Code : เล่นยากส์ ดูทิศทางลำบาก
เช้านี้ตลาดหุ้นทั่วโลกดูสดใส เขียวยกแยง คงจะสงผลให้ตลาดหุ้นไทยเช้านี้เปิดโดดได้ คาดว่าประมาณ 3-5 จุด โดยที่ทางนักวิเคราะห์ให้แนวไว้ที่ 974 จุด โดยถ้ายืนเหนือจุดนี้ได้ ก็คาดว่าจะไปชนแนวต้านที่ 980 ได้อีกครั้ง แต่ถ้าวันนี้ไม่สามารถยืนเหนือ 974 ได้ ก็มีโอกาสที่จะลงไปต่ำกว่า 960 ได้

----------------------------------------------------------------------------
MARKET WAVE Analysis
6 ตค. 53 ( +5.06 จุด) โกมล พงศ์วิญญู เลขทะเบียน 18338

ไม่เกิน 974 จุด ... มีความเสี่ยงของการปรับฐานใหญ่
จากสภาวะ RSI Overbought ในภาพระยะสัปดาห์ มีความเป็นไปได้ที่ตลาดอาจจะมีการปรับฐานใหญ่ โดยเฉพาะถ้าดัชนีไม่สามารถปรับตัวผ่าน บริเวณแนวต้านตามธรรมชาติของเส้นค่าเฉลี่ย 25 ชั่วโมงไปได้

ตราบใด ไม่สามารถเกิน 974 บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 25 ชั่วโมง ดัชนีในวันพุธมีโอกาสปรับตัวลง 953 – 956 ใกล้จุดจุดต่ำสุดของวันอังคารอีกครั้ง

และถ้ามีการปรับตัวลงต่อ ต่ำกว่า 950จุด จะทำให้เกิด “สัญญาณขาย” ในเครื่องมือPoint & Figure และ ดัชนีมีโอกาสที่จะปรับฐานใหญ่ มีเป้าหมายบริเวณ 895 – 900 จุดสำหรับภาพปลายเดือน ตค. นี้

AMATA
ปรับตัวขึ้นมาแถวเส้นค่าเฉลี่ย 25 วันพอดี รอซื้อตามเมื่อปรับตัวเกิน 15.40 จุดสูงสุดวันอังคาร และเส้นค่าเฉลี่ยดังกล่าว เป้าหมาย
สองสามวัน 15.70 – 16.20( ตัดขาดทุนถ้าต่ำกว่า 15.00 )

BBL
อยู่ใน “เขตขายมาก” เครื่องมือ RSI ภาพระยะชั่วโมง ทยอยซื้อแถว 151.50 – 152.50 หรือซื้อตามเมื่อปรับตัวเกิน 152.50 ราคาปิดวันอังคาร เป้าหมายหนึ่งถึงสองวัน 153.50 –154.50( ตัดขาดทุนถ้าต่ำกว่า 150.50 )

หุ้นเด่น
10 อันดับซื้อขายสูงสุด
PTT ไม่น่าเกิน 297 – 298
PTTEP เกิน 161 ขึ้น 162 – 163.50
ITD ไม่น่าเกิน 4.66 - 4.76
SCC ไม่น่าเกิน 327 - 330
PTTCH ไม่น่าเกิน 134.50 - 136
SCB ไม่น่าเกิน 103.50 – 105
KTB ไม่น่าเกิน 17.10 – 17.40
BANPU แกว่งตัว 706 – 722
STPI ต่ำกว่า 33.50 ลง 32.50 - 33
BBL ไม่น่าเกิน 154 – 155

----------------------------------------------------------------------------------
สรุปภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย
FSS : คาดมีลุ้นรีบาวด์กลับขึ้นได้ แต่จังหวะแรกระวังแถว 980 จุดผ่านได้ลุ้น 996 ต่อ
แนวโน้ม: FSS คาดว่า SET จะเริ่มรีบาวด์กลับขึ้นไปแกว่งตัวในด้านบวกได้ หลังวานนี้เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงบ่าย จากการที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่มีนโยบายกำหนดเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่แบงก์ชาติออกประกาศผ่อนคลายระเบียบควบคุมการ
แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อช่วยให้เอกชนมีความคล่องตัวมากขึ้นในการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ อย่างไรก็ตามตลาดขยับขึ้นยังต้องตามระวังแรงขายในแต่ละระดับของแนวต้านทางเทคนิคไว้ด้วย เพราะคาดว่าค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าต่อเนื่อง จะเป็น
ปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อนักลงทุนอยู่เป็นระยะๆ ได้

กลยุทธ์: หลังจากเลือกหุ้นเข้ารับเมื่อตลาดปรับตัวลงไปบ้างแล้ว แนะนำให้ถือต่อเนื่อง แต่ถ้าจะซื้อเพิ่มอาจรอช่วงแกว่งย้อนลงของตลาดก่อนได้ โดยหุ้นที่น่าสนใจในช่วงนี้คือหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการรายไตรมาสจะออกมาดี ซึ่งหุ้นกลุ่มแบงก์จะเป็นกลุ่มแรกที่ประกาศผลการดำเนินงาน เราแนะนำ SCB เป็นหุ้นเด่นเพราะจะมีกำไร Q3/53 โดดเด่นสุด นอกจากนี้ยังมี KBANK, BBL รวมถึงหุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ CK, STEC, TASCO, TTCL, AMATA,IRPC, ESSO, PTTEP, PTTAR, BANPU, BCP, GLOW, SEAFCO, SITHAI, VNG เป็นต้น
ประเด็นสำคัญวันนี้
• (+) ธปท.เพิ่มอีก 2 มาตรการ ไม่ใช่ยาแรง โดยให้จ่ายค่าสินค้าแก่บริษัทในประเทศเป็นเงินดอลลาร์ได้และผ่อนผันธุรกรรมเงินต่างประเทศที่มีจำนวนไม่เกิน US$50,000 มาตรการนี้ช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการมากกว่า ไม่มีผลต่อค่าเงิน เราเชื่อว่ายังไม่มี
มาตรการอะไรจาก ธปท. จนกว่าดร.ประสารจะกลับมาจากการประชุม IMF 6-14 ต.ค. นี้และเชื่อว่ามาตรการที่จะออกมาจะพุ่งไปที่ตลาดพันธบัตรมากกว่าตลาดหุ้น
• (+) TUF ปิดดีล MWB สิ้นเดือนนี้ หุ้นที่เพิ่มทุน 20:1 @50 จะชำระเงิน 11-15 ต.ค.นี้ เราแนะนำให้จองซื้อ เป้าหมาย 70 บาท หลังจากนี้บริษัทจะเพิ่มทุน PP คาดว่าจะสรุปราคาได้วันที่ 20 ต.ค. MWB มีอัตรากำไรสูงกว่า TUF การซื้อ MWB จึงเป็นบวก
• (-) CPF (0) GFPT ราคาทั้งหมูและไก่ 3Q10 -3% และ -15% Q-Q ตามลำดับ CPF ได้รับผลกระทบมากกว่า GFPT เพราะ GFPT ขายเป็นไก่ปรุงสุกและส่งออกไปญี่ปุ่นได้ราคาสูง
• (+) CPALL เล็งต่อสัญญาอีก 10 ปีกับร้านเซเว่นฯ ที่อยู่ในปั๊มปตท. ทั้งหมด 825สาขาที่จะหมดสัญญาในปี 2012 ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 48 บาท
• (+) MAJOR เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 17.20 บาท ผลประกอบการเข้าสู่ Highseason ใน 3Q10 – 4Q10
• (+) ราคาน้ำมันเข้าสู่ High season ใน 4Q10 เป็นบวกกับ PTTEP และโรงกลั่นTOP
• Fund Flow วานนี้ยังไหลเข้าในตลาดหุ้นภูมิภาค แม้ปริมาณการซื้อสุทธิจะชะลอตัวค่อนข้างมาก และมีขายสุทธิในตลาดหุ้นไตหวันและไทยก็ตาม แต่ก็ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ อินโดในปริมาณที่มากกว่า ซึ่งก็เป็นไปตามที่เราคาดไว้ว่ากระแสเงินลงทุน
จากต่างชาติอาจมีการชะลอตัวลงบ้างหลังซื้อสุทธิติดต่อกันนาน อย่างไรก็ตามเราก็ยังมองว่าด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและระดับอัตราดอกเบี้ยในภูมิภาคเอเชียที่ยังอยู่ในระดับสูงก็จะยังดึงดูดเม็ดเงินอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม เพราะหากสังเกตจากค่าเงินเอเชีย รวมถึงเงินบาทเช้านี้ยังแข็งค่ามากขึ้นอีกเมื่อเทียบกับวานนี้ ค่าเงินยูโรก็แข็งค่าเช่นเดียวกันและยังส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ข่าวภายในประเทศ
HMPROรายได้ Q4 พุ่งข่าวดีเอ็กซ์โป-ไฮซีซั่น HMPRO เดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ครบ 40 สาขา พร้อมเตรียมเปิด จ.
นครศรีธรรมราช ปลายเดือนต.ค.นี้ หลังเปิดสุขาภิบาล 3 หวังยอดขาย 40 ล้านบาทต่อเดือน ด้านงาน “HomePro EXPO” ครั้งที่ 12 ระหว่าง 15-25 ต.ค. คาดกวาดยอดขายกว่า 650 ล้านบาท เชื่อ Q3 กำไร 390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% (ที่มา: ข่าวหุ้น 6-10-2010)
LPN ปีหน้าสดใสรายได้ 1.1 หมื่นล. Q3 ยอดขายสวย LPN ไตรมาส 3 ยอดขายพุ่ง 3,280 ล้านบาท 9 เดือนทะลัก 11,000 ล้านบาท สิ้นปีนี้มั่นใจทำได้ตามเป้า 13,000 ล้านบาท เหตุ 30 ต.ค.นี้ เล็งเปิดโครงการใหญ่ย่านพระราม 3 มูลค่า 5,500 ล้านบาท โชว์แบ็กล็อก 14,800 ล้านบาทบุ๊ค Q4 กว่า 4,000 ล้านบาท (ที่มา: ข่าวหุ้น 6-10-2010)
DCC การันตีกำไรปีนี้โตเกินเป้า รับอานิสงส์ยอดขายพุ่ง คาดปันผลสูงกว่า 1.81 บาท DCC การันตีรายได้-กำไรปี 2553 โตเกินเป้าที่ตั้งไว้รับอานิสงส์ยอดขายเพิ่มขึ้น จากการขยายกำลังการผลิต คาดปันผลมากกว่าปีก่อนที่จ่าย 1.81 บาท ส่วนรายได้ไตรมาส 3 ชะลอตัวเล็กน้อย แต่เชื่อกลับมาฟื้นตัวไตรมาส 4 เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตใหม่เป็น 60-61 ล้านตร.ม./ปี ในต้นปี 2554 หนุนอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่าปี 2553 ที่ระดับ 45%(ที่มา: ข่าวหุ้น 6-10-2010)
ERAWAN ลุ้นตั้งกองทุนอสังหา บุ๊คกำไรขายสินทรัพย์ 330 ล้าน ERAWAN เข้าไฮซีซั่น นักท่องเที่ยวเพิ่ม พร้อมมีลุ้นตั้งกองทุน
อสังหาริมทรัพย์สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ เพิ่มฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่ง คาดรับรู้กำไรจากขายสินทรัพย์เข้ากองทุน 330 ล้านบาทหากเสนอขายได้ทันในไตรมาส 4 เชื่อผลประกอบการพลิกจากขาดทุนเป็นกำไร โบรกฯเชียร์ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท (ที่มา: ข่าวหุ้น 6-10-2010)
SLC ร้อนรับขายหุ้นเพิ่มทุนกลางเดือนนี้ ผู้บริหารเชื่อรอบนี้ 200 ล้าน ไม่ทิ้งแผนซื้อฐานเศรษฐกิจ SLC หุ้นร้อนต้อนรับขายหุ้นเพิ่มทุน“อารักษ์” ชี้ตลาดขาขึ้นแถมนักลงทุนเข้าใจธุรกิจชัดเจน ดึงแรงซื้อหวนคืนมาทะลัก มั่นใจเพิ่มทุนรอบนี้ฟาดเม็ดเงินได้ถึง 200 ล้านบาท ย้ำชัดสนใจลงทุนฐานเศรษฐกิจเหมือนเดิม ส่วนกรณี “ฉาย” ดอดซื้อหุ้น เพราะต้องการต่อยอดธุรกิจ (ที่มา: ข่าวหุ้น 6-10-2010)
JUBILE ออกสินค้าใหม่ส่งท้ายปี ยอดขายโต 20% มีกำไร 88 ล้าน JUBILE ส่งสินค้าใหม่เครื่องประดับเพชรและเพชรกะรัต 46 รายการ ลุยฤดูกาลขายเพชรไตรมาสสุดท้ายของปี รับแนวโน้มกำลังซื้อผู้บริโภคโต และพฤติกรรมลูกค้าให้ความสนใจซื้อเครื่องเพชรเพิ่ม พร้อมทำสินค้าเอ็กซ์คลูซีพ รองรับช่องทางขายในห้างสรรพสินค้า ประเดิมห้างในกลุ่มเซ็นทรัลฯ มั่นใจเป้ายอดขายสิ้นปีโต 20% โชว์กำไรแตะ 88 ล้านบาท (ที่มา: ข่าวหุ้น 6-10-2010)
TUF ปิดดีล MWB ปลายเดือนนี้ มั่นใจปี'54 ดันยอดขายทะลุ 3 พันล้านเหรียญ TUF ยืนยัน OFT อังกฤษ อนุมัติควบรวมกิจการ มั่นใจปิดดีลMW Brands ปลาย ต.ค.นี้ พร้อมเผยกลยุทธ์การดำเนินงาน สร้างโอกาสในการขยายตลาดไปภูมิภาคยุโรป เชื่อสร้างความแข็งแกร่งในการจัดซื้อและจัดหาวัตถุดิบ ดันยอดขายปี 2554 ตามนัด 3,000 ล้านเหรียญ พร้อมตั้งเป้าใหม่ดันแตะ 4,000 ล้านเหรียญภายในปี 2558 (ที่มา: ข่าวหุ้น 6-10-2010)

----------------------------------------------------------------------------------
สรุปภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ตปท.
ข่าวต่างประเทศ
ยุโรป: ยอดค้าปลีกยูโรโซนร่วงลงสวนทางคาดการณ์ในเดือนส.ค. สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป หรือ ยูโรสแตท เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนส.ค. ในกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร 16 ประเทศ ร่วงลงสวนทางคาดการณ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงอ่อนแอ เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ยอดค้าปลีกเดือนส.ค.ในยูโรโซนปรับตัวลง 0.4% ซึ่งตรงข้ามกับการคาดการณ์ของตลาดที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ขณะที่เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดค้าปลีกเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นในอัตราชะลอตัวที่ 0.6% ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.4% ต่อปี (ที่มา: อินโฟเควสท์ 05-10-2010)
เอเชีย: อินโดนีเซียคาดผลผลิตถ่านหินในประเทศพุ่ง 25% ปีหน้า สอดรับกับอุปสงค์ อินโดนีเซียคาดการณ์ว่า ผลผลิตถ่านหินในปีหน้าจะอยู่ที่ 326.65 ล้านตัน ซึ่งพุ่งสูงขึ้น 24.45% จากระดับเป้าหมายในปีนี้ หนังสือพิมพ์บิสนิส อินโดนีเซีย รายงานอ้างคำกล่าวของนายวิโทโร โซลาร์โซ เลขาธิการกระทรวงทรัพยากรเหมืองและแร่ที่ระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์ผลผลิตถ่านหินที่เพิ่มขึ้นในปีหน้านั้นสอดคล้องกับอุปสงค์ถ่านหินภายในประเทศที่พุ่งสูงขึ้น (ที่มา: อินโฟเควสท์ 05-10-2010)
เอเชีย: ธนาคารกลางอินโดนีเซียมีมติคงดอกเบี้ย 6.5% มุ่งสกัดเงินทุนไหลเข้า ธนาคารกลางอินโดนีเซียประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.5% ในการประชุมวันนี้ (5 ต.ค.) ขณะเดียวกันธนาคารกลางได้มุ่งเน้นเรื่องการควบคุมกระแสเงินทุนไหลเข้าที่มีอยู่จำนวนมากในขณะนี้ แถลงการณ์ของธนาคารกลางอินโดนีเซียระบุว่า การที่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยของอินโดนีเซียอยู่ในระดับสูงกว่าประเทศอื่นๆนั้น ทำให้กระแสเงินทุนจากทั่วโลกไหลเข้าสู่อินโดนีเซียจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะสูงขึ้นอีกในอนาคต จึงทำให้ธนาคารกลางต้องจับตาดูสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด (ที่มา: อินโฟเควสท์ 05-10-2010)
เอเชีย: เงินเยนร่วงเทียบดอลล์/ยูโร หลังบีโอเจประกาศลดเป้าหมายดอกเบี้ย เงินเยนร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในช่วงเช้าวันนี้ (5 ต.ค.) หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศลดเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 0 - 0.1% ซึ่งถือเป็นการดำเนินการที่เหนือความคาดหมายในการประชุมวันนี้ (ที่มา: อินโฟเควสท์ 05-10-2010)
เอเชีย: เกาหลีใต้เผยภาคเอกชนลดการออกตราสารหนี้หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว คณะกรรมการกำกับดูแลตราสารหนี้ของเกาหลีใต้ (KSD)เปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดการออกตราสารหนี้ของบริษัทเอกชนเกาหลีใต้ในไตรมาส 3 ปีนี้อยู่ที่ระดับ 28.87 ล้านล้านวอน (2.56 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 16.8% จากไตรมาส 2 ที่ระดับ 34.7 ล้านล้านวอน (3.07 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น (ที่มา: อินโฟเควสท์ 05-10-2010)
เอเชีย: ฟิลิปปินส์เผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ย.อ่อนตัวลงแตะระดับ 3.5% สำนักงานสถิติฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ย.อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน โดยตัวเลขเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น 3.5% จากระดับปีที่แล้ว หลังจากที่ขยายตัว 4% เมื่อเดือนส.ค.ซึ่งตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงนี้ ถือเป็นการเปิดทางให้ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ (ที่มา: อินโฟเควสท์ 05-10-2010)
----------------------------------------------------------------------------------

Code 170 : 3 รุม 1 ฝรั่งรับอย่างเดียว แนวรับที่ 940-947

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม 2553

ATT Code : 3 รุม 1 ฝรั่งรับอย่างเดียว แนวรับที่ 940-947
SET กลับมา +5.06 จุด ที่ระดับ 969.28 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.6 หมื่นล้านบาท โดยมีแรงซื้อกลับมาหลังจากที่ลงไป -11 จุด มายืนเหนือเส้น 5 วัน ที่ 968 จุดได้ ถือว่าดูดีในระดับหนึ่ง แต่ที่ไม่น่ากลัวเพราะต่างชาติเมื่อวานรับอยู่ฝ่ายเดีย 3.5 พันล้านบาท โดยเป็นการขายทำกำไรของกองทุนและพอร์ทโบรค โดยในวันพรุ่งนี้ถ้า SET กลับมายืนเหนือ 972 จุด ได้ ก็ถือว่าเป็นนสัญาณที่ดีในการกลับมาลุ้นที่แนวต้านที่ระดับ 980 ได้ใหม่

----------------------------------------------------------------------------------
MARKET WAVE Analysis
5 ตค. 53 ( -14.36 จุด) โกมล พงศ์วิญญู เลขทะเบียน 18338

เกิน 972.06 ปรับตัวขึ้น 982 - 986 จุด
ดัชนีในวันจันทร์ปรับตัวลง ต่ำกว่าแนวรับตามธรรมชาติของเส้นค่าเฉลี่ย 25 ชั่วโมงและต่ำกว่า 972 จุด ทำให้เกิด “สัญญาณขาย”ใน
เครื่องมือ Point & Figure

แนวโน้มในวันอังคารนี้ ถ้าสามารถปรับตัวขึ้น เกิน 972.06 ดัชนีมีโอกาสปรับตัวกลับขึ้นแถว 982 – 986 ใกล้จุดสูงสุดของวัน
จันทร์ อีกครั้ง

จากนั้นมีความเป็นไปได้ที่ ตลาดจะย่ำฐานแกว่งตัวในกรอบ 963 – 986 จุด อีกเป็นสัปดาห์ หรือประมาณจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดของ
วันจันทร์และตราบใดที่ ไม่ต่ำกว่า 940 – 947 จุดบริเวณแนวรับตามธรรมชาติของเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน ยังถือว่าแนวโน้มหลักของตลาดยังคงเป็น“ขาขึ้น” มีเป้าหมาย 1035 – 1040 จุด ประมาณปลายเดือน ตค. นี้ ในรูปแบบของ Double Zigzag Wave

หุ้นเด่น
10 อันดับซื้อขายสูงสุด
PTT มีโอกาสปรับฐาน 287 - 292
PTTEP มีโอกาสปรับฐาน 157 – 159
SCC ต่ำกว่า 320 ลง 297 - 307
PTTCH มีโอกาสปรับฐาน 124 - 125
TOP มีโอกาสปรับฐาน 51 – 52
KTB มีโอกาสปรับฐาน 15.50 – 16
PTTAR เกิน 28.50 ขึ้น 29.25 – 30.25
IRPC เกิน 4.32 ขึ้น 4.38 – 4.42
CPF มีโอกาสปรับฐาน 23.20 – 23.50
BBL ต่ำกว่า 152.50 ลง 150 - 152

BCP
กำลังปรับตัวในกรอบสามเหลี่ยม ภาพระยะ
เดือน รอซื้อตามเมื่อปรับตัวเกิน 15.50 กรอบ
บนของสามเหลี่ยม เป้าหมายระยะสัปดาห์
16.20 – 17.70
( ตัดขาดทุนถ้าต่ำกว่า 14.90 )

Intraday - มีความเสี่ยงของการปรับฐานใหญ่
ไม่ต่ำกว่า 955.68 จุดต่ำสุดเช้านี้ ดัชนีดีดตัวกลับขึ้นไปแถว 967 - 971 ได้ แต่ตราบใดไม่เกิน 975 เส้น 25 ชม.มีความเสี่ยงของการปรับฐานใหญ่ 895 - 900 ระยะหนึ่งถึงสองเดือนข้างหน้า



----------------------------------------------------------------------------------
สรุปภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย
FSS : ตลาดเริ่มแกว่งย้อนลงมาให้หาจังหวะเข้ารับแล้ว โดยน่าดูแถว 960 หรือต่ำกว่า
แนวโน้ม: ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐเมื่อคืนนี้ยังคงไร้ทิศทาง เพราะแม้ว่ายอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายจะเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือน ส.ค. แสดงถึงตลาดบ้านที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ยอดสั่งซื้อใหม่ของโรงงานในสหรัฐยังคงลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดไว้รวมทั้งความวิตกเกี่ยวกับหนี้สินในยูโรโซนยังคงกดดันให้นักลงทุนเทขายทำกำไรในตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป ส่วนในบ้านเราเองหลังค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่องมาเคลื่อนไหวในระดับ 30 บาทต้นๆ เมื่อเทียบกับดอลลาร์ และการเปลี่ยนตัวผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ตามวาระ ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมากังวลต่อโอกาสที่แบงก์ชาติอาจจะมีมาตรการในการควบคุมเงินไหลเข้าอีก
ครั้ง เราจึงเริ่มเห็นแรงขายในตลาดหุ้นบ้านเราตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้มากพอสมควร ซึ่ง FSS คาดว่าทั้งจากแรงกดดันจากตลาดต่างประเทศและความวิตกเกี่ยวกับค่าเงินบาท น่าจะยังส่งผลให้ SET วันนี้ค่อนข้างที่จะแกว่งตัวผันผวนและเน้นหนักทางด้านปรับตัวลงต่อได้ อย่างไรก็ตามการปรับตัวลงของ SET ในช่วงนี้เรายังมองว่าเป็นโอกาสของการที่จะเข้าไปเลือกหุ้นเข้ารับ เพื่อรอลุ้นการรีบาวด์กลับที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ เนื่องจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างประเทศที่ยังมีเข้ามาในบ้านเราในระดับสูงเป็นแรงผลักดัน โดยเฉพาะเริ่มเข้าสู่ช่วงเก็งกำไรผลประกอบไตรมาส 3/53 แล้วด้วย ซึ่งกลุ่มสถาบันการเงินจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ทยอยประกาศผลการดำเนินงานในช่วง 20-21 ต.ค.นี้
กลยุทธ์: หลังจากแบ่งส่วนขายทำกำไรไปบ้างแล้วเมื่อตลาดขยับขึ้น ช่วงถัดจากนี้แนะนำให้รอหาจังหวะเลือกหุ้นเข้ารับเมื่อตลาดปรับตัวลง โดยเฉพาะหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการรายไตรมาสจะยังออกมาดีต่อเนื่อง ซึ่งหุ้นในกลุ่มแบงก์จะเป็นกลุ่มแรกที่น่าสนใจ เนื่องจากเรายังคาดว่าไตรมาสนี้จะเป็นไตรมาสที่ผลประกอบการแบงก์ยังออกมาดีอยู่ ซึ่งเราแนะนำ SCB เป็นหุ้นเด่นเพราะจะมีกำไร Q3/53 โดดเด่นสุด นอกจากนี้ยังมี KBANK, BBL รวมทั้งหุ้น Domestic Plays ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ได้แก่ กลุ่มอสังหาฯ(รับเหมา, วัสดุก่อสร้าง และนิคมฯ) เช่น TASCO,TTCL, CK, STEC, AMATA เป็นต้น รวมทั้งหุ้นที่โดดเด่นอื่นๆ เช่น IRPC, ESSO, PTTEP,PTTAR, BANPU, BCP, GLOW, SEAFCO, SITHAI, VNG เป็นต้น
ประเด็นสำคัญวันนี้
• (0) วานนี้หุ้นไทยลบ 14 จุดหลังจากดัชนีแตะแนวต้าน 986 จุด จากความกังวลกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าใกล้แตะ 30 บาท/ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ต่างชาติกลับยังมั่นใจและซื้อสุทธิสูงถึง US$118 ล้าน (3.56 พันล้านบาท) เป็นเม็ดเงินที่สูงที่สุดในรอบ 7 วัน โดยเน้นกลุ่มพลังงานที่ laggard กว่ากลุ่มอื่น แม้ว่าตามสถิติแล้ว ต่างชาติจะเริ่มขายหุ้นในเดือน ต.ค. –ธ.ค. เพื่อล็อคกำไร แต่สำหรับปีนี้ที่สภาพคล่องในระบบมีอยู่สูง รวมทั้งตลาดหุ้นในเอเชียที่โดดเด่น อาจไม่เกิดแรงขายมากเหมือนทุกปี ขณะเดียวกันเม็ดเงินจาก LTF และ RMF จะเข้ามาเสริมปลายปี Fund flows ดังกล่าวจึงน่าจะยังผลักดันหุ้นให้ขึ้นต่อไปได้ การปรับฐานระยะ
สั้น เราแนะนำเป็นจังหวะในการสะสมหุ้น Big cap. ในกลุ่มแบงก์ (SCB, BBL, KBANK)พลังงาน (PTTEP, PTT, BANPU) รับเหมา (STEC, CK) นิคม (AMATA) ค้าปลีก (CPALL)
• (+) 3Q10 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของแบงก์ หลังจากเราประมาณการครบทั้ง 9 แบงก์ (ส่วนที่เพิ่มเติมจากเมื่อวานมี TISCO, KK, TCAP) พบว่ากำไรเพิ่มขึ้น 16% Y-Y และ 3% Q-Q อาจมี upside จากกำไรจากเงินลงทุนในพันธบัตร โดยสินเชื่อ 9M10 คาดขยับขึ้นเล็กน้อย QQ แต่น่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยใน 4Q10 คือ 4-5% ในไตรมาสเดียว เราแนะนำ SCB สำหรับการเก็งกำไรผลประกอบการ 3Q10 เพราะมีกำไรโดดเด่นสุด ส่วน Theme การลงทุนใน 4Q10 และปีหน้าจะยังคงมาจาก Investment cycle ซึ่งเป็นประโยชน์กับแบงก์ขนาดใหญ่(BBL, KBANK, SCB)
• (+) บลจ.อเบอร์ดีนชี้เงินไหลเข้าเอเชียอีกยาว 12 – 18 เดือน รวมทั้งนำลงทุนในพันธบัตรของประเทศเกิดใหม่
• Fund Flow วานนี้ยังไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคมากเป็นปกติหลังแผ่วไปเมื่อวันศุกร์ และเป็นFund Flow ที่ไหลเข้า 17 วันติดต่อกันและเข้าซื้อสุทธิมากที่สุดในตลาดหุ้นไต้หวัน เนื่องจากนักลงทุนต่างประเทศส่วนใหญ่ยังคงคาดว่าเฟดอาจจะออกมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบรอบที่ 2 อยู่ แม้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศค่อนข้างมิกซ์ ซึ่งการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนเป็นสัญญาณที่ไม่ดีด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นกระแสเงินทุนจึงยังเคลื่อนย้ายเข้าสู่ตลาดที่มีความตอบแทนที่สูงกว่าและเศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามวันนี้ค่าเงินเยนและค่าเงินเอเชีย รวมถึงค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อยหลังจากที่แข็งค่ามากเมื่อวานนี้
เนื่องจากเกรงว่าธนาคารกลางในแต่ละประเทศอาจจะออกมาตรการสกัดค่าเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงินไม่ให้แข็งเร็วเกินไป ดังนั้นแนวโน้ม Fund Flow อาจจะชะลอการไหลเข้าบ้างก็ถือเป็นเรื่องปกติที่อาจต้องมีพักบ้าง ซึ่งแนวโน้มระยะกลางถึงยาวเรายังมองว่า Fund Flow ก็จะยังไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ต่อเนื่องเช่นเดิม กลยุทธ์การลงทุนในยามที่ดัชนีทำสถิติใหม่ต่อเนื่องน่าจะเป็น Sell into Strength และ Buy on Weakness

ข่าวภายในประเทศ
บุลสุขรุกฆาตเป๊ปซี่-โค ตั้งทีมต่อรองรื้อสัญญา 'เสริมสุข' ลั่นทำตลาดเอง สงครามราคา SSC ปะทุอีกรอบ "กลุ่มบุลสุข" เทกทีมผู้ถือหุ้นSSC ฝั่งคนไทย ตั้งทีมเจรจาแก้ไขสัญญา-แผนธุรกิจกับ "เป๊ปซี่-โคล่า" ลั่น "เสริมสุข" ต้องทำการตลาดเอง กำหนดสรุปภายใน 60 วัน พร้อมประชุมผู้ถือหุ้นรอบใหม่ 15 ธ.ค. 53 "สมชาย" ย้ำไม่มีแผนซื้อหุ้นเพิ่ม หลังกลุ่ม "บุลสุข" ถือรวมกัน 21.92% ย้ำต้องพึ่งตัวเองให้มากที่สุดวงในระบุสงครามราคาเริ่มประทุอีกรอบ (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 5-10-2010)
"กลุ่มฉาย" สูญ 90 ล้าน! AOT ฉีกสัญญาปาร์คกิ้ง กลุ่ม "ฉาย บุนนาค" สูญเงินทันที 90 ล้านบาท งานเข้า PLUS-GEN สูญเงินลงทุนด้วย เหตุ"ฉาย" ใช้เป็นทางผ่าน หลัง AOT ฉีกสัญญาบริหารอาคารจอดรถสุวรรณภูมิกับบริษัท ปาร์คกิ้ง แมนเนจเม้นจ์ จำกัด พร้อมขับออกจากพื้นที่ 11ต.ค. 53 (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 5-10-2010)
TRT ปันผลเกิน 80 สต. ราคาเป้าหมาย 6.50 บ. TRT แย้มจ่ายปันผลปี'53 ไม่ต่ำกว่า 0.80 บาท เชื่อกำไรครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งแรก เนื่องจากมีงาน ส่งมอบเพิ่มขึ้น หวังรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ที่ 26-27% โบรกฯ แนะซื้อลงทุนระยะยาวเป้าหมาย 6.50 บาท อัตราปันลตอบแทน 8-9% (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 5-10-2010
WORK กำไร Q3 พุ่ง 70 ล้านบาท โบรกแนะซื้อเป้า 18 บาท คาดปีนี้กำไร 200 ล้านบาท WORK ถึงเวลาเทิร์นอะราวด์ เวลาออกอากาศรายการแน่นเอี๊ยด ธุรกิจภาพยนตร์ทำรายได้ หนุนกำไรไตรมาส 3 พุ่ง 70 ล้านบาท โต 200% โบรกฯปรับคำแนะนำ "ซื้อ" พื้นฐาน 18 บาท อัพไซด์เหลือเพียบ เชื่อกำไรทั้งปี 200 ล้านบาท (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 5-10-2010)
UAC ขายเกลี้ยงไอพีโอ 30 ล้านหุ้นเข้าเทรด 11 ต.ค.นี้ นักลงทุนแห่จองหุ้น "ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์" ขายเกลี้ยง 30 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 4 บาท แกนนำอันเดอร์ไรท์เชื่อนักลงทุนมั่นใจธุรกิจพื้นฐานแข็งแกร่ง ผลงานเติบโตโดดเด่น จ่อคิวเข้าเทรดในตลาด mai วันที่ 11 ต.ค.นี้ "กิตติ" เผยแนวโน้มตลาดหุ้นดี อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเติบโตต่อเนื่อง (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 5-10-2010)
กลต.เตือนผู้ถือหุ้น STEEL ศึกษาวาระการซื้อหุ้น SPC ก.ล.ต.แจ้งผู้ถือหุ้น STEEL ให้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนใช้สิทธิออกเสียงในวาระการซื้อหุ้น SPC กรณีที่ STEEL ขออนุมัติผู้ถือหุ้นออกหุ้นเพิ่มทุน 450 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท เพื่อนำไปซื้อหุ้นทั้งหมดของ SPC โดยกำหนดสัดส่วนการแลกหุ้นที่ 10 หุ้น STEEL ต่อ 1 หุ้น SPC จะส่งผลให้ STEEL และผู้ถือหุ้นเสียประโยชน์วันที่ 6 ต.ค.นี้ (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 5-10-2010)

----------------------------------------------------------------------------------
สรุปภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ตปท.
ข่าวต่างประเทศ
สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาซื้อบ้านเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นเกินคาด 4.3% สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติเปิดเผยว่า ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 4.3% แตะระดับ 82.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 3.0% (ที่มา: อินโฟเควสท์ 05-10-2010)
สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อสินค้าใหม่ของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมหดตัวลง 0.5% ในเดือนส.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าใหม่ของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในสหรัฐประจำเดือนส.ค.หดตัวลง 0.5% มาอยู่ที่ระดับ 4.089 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากดีดตัวขึ้น 0.5%ในเดือนก.ค. (ที่มา: อินโฟเควสท์ 05-10-2010)
เอเชีย: ญี่ปุ่นเผยอัตราค่าแรงของบริษัทเอกชนเดือนส.ค.ยังทรงตัวในระเดียวกับปีก่อน กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และ สวัสดิการสังคมของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า อัตราค่าแรงโดยเฉลี่ยของบริษัทญี่ปุ่นที่มีพนักงานตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อปีที่แล้วที่ 274,232เยน ในขณะที่ตลาดแรงงานวิตกกังวลว่าการแข็งค่าของเงินเยน ภาวะตลาดหุ้นซบเซา และอัตราเงินฝืดอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้ฐานเงินเดือนลดน้อยลง รายงานของกระทรวงฯ ระบุว่า ค่าแรงล่วงเวลาในเดือนสิงหาคมมีอัตราสูงขึ้น 10.8% เป็น 18,068 เยน ในขณะที่ฐานเงินเดือนมีอัตราลดลง0.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เหลือเพียง 244,483 เยน ทำสถิติลดลงเป็นเดือนที่ 25 ติดต่อกัน ส่วนค่าแรงพิเศษมีอัตราลดลง 10.7% เหลือเพียง11,681 เยน (ที่มา: อินโฟเควสท์ 04-10-2010)
เอเชีย: แบงค์ชาติญี่ปุ่นเริ่มประชุมวันแรก มุ่งหารือใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพื่อสกัดเยนแข็งค่า การประชุมนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ระยะเวลา 2 วันได้เริ่มขึ้นแล้วในวันนี้ โดยที่ประชุมกำลังหารือเรื่องความเป็นไปได้ที่จะใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม เนื่องจากการแข็งค่าของเงินเยนกำลังสร้างความวิตกกังวลว่าอาจทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับช่วงขาลง ส่วนทางเลือกอื่นๆที่คาดว่าบีโอเจจะประกาศใช้ในการประชุมครั้งนี้นั้น ครอบคลุมถึงการขยายโครงการปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ (ที่มา: อินโฟเควสท์ 04-10-2010)
เอเชีย: อินโดนีเซียเผยทุนสำรองต่างประเทศพุ่งแตะ $8.62 หมื่นล้าน หลังยอดส่งออก-เงินทุนไหลเข้าทะยาน อินโดนีเซียเผยทุนสำรองเงินตราประเทศเพิ่มขึ้นแตะ 8.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนกันยายน จากระดับ 8.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนสิงหาคมเนื่องจากยอดส่งออกและเงินทุนไหลเข้าปรับตัวสูงขึ้น Bisnis Indonesia รายงานว่า ฮาร์ตาดี เอ ซาร์โนโว รองผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซียกล่าวว่า ทุนสำรองเงินตราประเทศของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเพราะเงินรูเปียห์แข็งค่าและเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ นอกจากนั้นรัฐบาลยังมีรายได้จากการปล่อยสินเชื่อรวมถึงการขายน้ำมันและก๊าซด้วย (ที่มา: อินโฟเควสท์ 04-10-2010)
เอเชีย: เกาหลีใต้จับตางบประมาณด้านกิจการตปท.ปีหน้าทะยานขึ้น 14.5% จากปีนี้ กระทรวงกิจการต่างประเทศและการค้าของเกาหลีใต้จับตางบประมาณด้านกิจการต่างประเทศที่พุ่งสูงขึ้น 14.5% ในขณะที่รัฐบาลกำลังมองหาแนวทางการทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือที่ดีขึ้นรวมถึงการเสริมสร้างบทบาทที่ชัดเจนของเกาหลีใต้บนเวทีโลก สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงกิจการต่างประเทศและการค้าของเกาหลีใต้กำหนดงบประมาณในปีหน้าไว้ที่ประมาณ 1.74 ล้านล้านวอน (1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 14.5% จากงบประมาณในปีนี้ ทั้งนี้ แผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณดังกล่าว ประกอบด้วยเงินทุนสำหรับข้อกลงด้านนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ 8.7 พันล้านวอน และเงินทุนสำหรับการเจรจา 6 ฝ่ายที่มีเป้าหมายให้เกาหลีเหนือยุติโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มขึ้น 15% จากปีนี้ (ที่มา: อินโฟเควสท์ 04-10-2010)
----------------------------------------------------------------------------------

Code 169 : ยืน 980 ลุ้นต่อที่ 990

วันจันทร์ที่ 4 กันยายน 2553
ATT Code : ยืน 980 ลุ้นต่อที่ 990
----------------------------------------------------------------------------------สรุปภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย
FSS : MARKET WAVE Analysis
4 ตค. 53 ( +3.28 จุด) โกมล พงศ์วิญญู เลขทะเบียน 18338

แกว่งตัวในกรอบ 973 – 980 จุด
แนวโน้มในวันจันทร์นี้ ดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 973 – 980 หรือระหว่างเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 25 ชั่วโมง ถึงจุดสูงสุดของวันศุกร์
การปรับตัวขึ้น เกิน 980.89 จุดสูงสุดของวันศุกร์ ดัชนีสามารถปรบัตวขึ้นต่อแถว 1010จุด สำหรับภาพระยะหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้านี้

อย่างไรก็ตามการปรับตัวลง ต่ำกว่า 972จุด นอกจากจะเป็นการปรับตัวลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 25 ชั่วโมงแล้ว ยังถือเป็นการเกิด
“สัญญาณขาย” ในเครื่องมือ Point & Figureและ ดัชนีมีโอกาสปรับฐานแถว 955 – 965 จุด

IRPC
ปรับตัวทะลุกรอบสามเหลี่ยม ภาพระยะสัปดาห์ขึ้นมาได้ ทยอยซื้อแถว 4.34 – 4.38 หรือซื้อตามเมื่อปรับตัวเกิน 4.42 จุดสูงสุดวันศุกร์ เป้าหมายสองสามวัน 4.48 – 4.56 ( ตัดขาดทุนถ้าต่ำกว่า 4.30 )

TOP
ปรับตัวในกรอบสามเหลี่ยม ภาพระยะชั่วโมง ทยอยซื้อแถว 53.50 – 53.75 หรือซื้อตามเมื่อปรับตัวเกิน 54.00 กรอบบนของสามเหลี่ยมเป้าหมายหนึ่งถึงสองวัน 56.00 – 57.00 ( ตัดขาดทุนถ้าต่ำกว่า 53.25 )

หุ้นเด่น
10 อันดับซื้อขายสูงสุด
IRPC รายละอียดใน “หุ้นเด่น”
PTTEP เกิน 158.50 ขึ้น 160 – 161
PTT เกิน 300 ขึ้น 305 - 307
KTB ต่ำกว่า 17.20 ลง 16.80 -17
PTTAR ปรับฐาน 27 – 27.50
ADVANC แกว่งตัว 93 – 95.50
KGI แกว่งตัว 2.86 – 3.04
ASP แกว่งตัว 3.28 – 3.42
ITD ต่ำกว่า 4.90 ลง 4.68 – 4.74
CPF ต่ำกว่า 24.60 ลง 23.20 - 23.50

Intraday - เป้าหมายปรับฐาน 959 - 964
เป้าหมายปรับฐาน 959 - 964
ตราบใดไม่ต่ำกว่า 940 - 947 ถือว่าแนวโน้มหลักยังเป็น "ขาขึ้น"
มีเป้าหมาย 1035 - 1040 ปลายเดือน ตค.

----------------------------------------------------------------------------------
สรุปภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ตปท.
FSS : ยังลุ้นทดสอบเป้าหมาย 980-990 จุดได้ แต่ต้องระวังจังหวะแกว่งย้อนด้วย!!
แนวโน้ม: ตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่ปิดเป็นบวก และเคลื่อนไหวในด้านบวกเป็นหลักจากความมั่นใจมากขึ้น เมื่อตัวเลขภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นในเอเชียส่วนใหญ่ยังคงเคลื่อนไหวเป็นบวกแคบๆ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วเราเริ่มเห็นแรงขายในระหว่างวันกดดันให้ SET แกว่งตัวพอควร ทำให้ FSSคาดว่า SET วันนี้แม้จะสามารถดีดบวกตามตลาดหุ้นเพื่อนบ้านได้ แต่ก็ต้องตามระวังแรงขายกดดันให้แกว่งตัวผันผวนเช่นเดิม ซึ่งอาจจะมีจังหวะแกว่งย้อนลงไปเคลื่อนไหวในด้านลบได้ด้วย โดยเฉพาะที่บริเวณแนวต้านทางเทคนิคที่ 980-990 จุด ซึ่งยังมีแนวโน้มที่ดัชนีจะไหลย้อนลงไปแกว่งตัวแถว 960 จุด(+/-) ได้
กลยุทธ์: จึงยังแนะนำให้แบ่งส่วนขายทำกำไรบ้างเมื่อตลาดขยับขึ้น และจังหวะเลือกหุ้นเข้ารับยังน่ารอเมื่อตลาดปรับตัวลง โดยหุ้นที่ยังน่าสนใจและราคาต่ำกว่าราคาตามพื้นฐานมากๆ ได้แก่ SIRI, LPN, BCP, IRPC, GLOW, KCE, TASCO, HANA, GFPT, AMATA,PTTEP, DTAC, SPALI, DELTA, VNG, ADVANC, TTCL, CPALL, PS, GLOBAL, TTW
และ PTTAR เป็นต้น
ประเด็นสำคัญวันนี้
• (+) แบงก์เตรียมประกาศ 3Q10 20-21 ต.ค. นี้ ไตรมาสนี้ถือเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดไตรมาสหนึ่งของกลุ่มแบงก์ คาดกำไร 6 ธนาคาร (ไม่รวม SCIB) เพิ่ม 15%Y-Y, 4%QQและอาจมี surprise จากกำไรจากเงินลงทุนในพันธบัตร เพราะตลาดพันธบัตรมีการซื้อขายคึกคักมากใน 3Q10 จากเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าจำนวนมาก และธนาคารเป็นคู่ค้าหลักในตลาดพันธบัตร เราแนะนำ SCB สำหรับการเก็งกำไรผลประกอบการ 3Q10เพราะมีกำไรโดดเด่นสุด ส่วน Theme การลงทุนใน 4Q10 และปีหน้าจะยังคงมาจาก
Investment cycle ซึ่งเป็นประโยชน์กับแบงก์ขนาดใหญ่ (BBL, KBANK, SCB)
• (0) ADVANC เราคาดกำไรสุทธิ 3Q10 ที่ 4.6 พันล้านบาท ลดลง 6% Q-Q แต่เพิ่ม10% Y-Y แต่มีรายการพิเศษ หากตัดรายการพิเศษออกไป กำไรปกติจะลดลง 8% Q-Qแต่เพิ่ม 16% Y-Y เรามอง ADVANC เป็น High yield stock โดยคาดน่าจะจ่ายปันผลพิเศษอย่างน้อย 3 บาท/หุ้น เราประเมินราคาเป้าหมาย 104 บาท แนะนำสำหรับนักลงทุนที่ชอบหุ้นปันผล
• (-) LPN คาดกำไรอ่อนตัวลงทั้ง Q-Q และ Y-Y ปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นระยะสั้นไม่มี ราคาหุ้นอาจ perform สู้หุ้นตัวอื่นไม่ได้ เช่น PS, SPALI แต่สำหรับการลงทุนระยะยาว เชื่อว่าLPN ยังให้ผลตอบแทนที่ดี เราประเมินเป้าหมาย 12.45 บาท ยังแนะนำซื้อสำหรับการลงทุน
• Fund Flow สัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นภูมิภาคเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังฟื้นตัวอย่างล้าช้า และตลาดยังเก็งกันว่าเฟดจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 โดยคาดว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรอีกกว่า
1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นผลให้ราคาพันธบัตรยังอยู่ในระดับสูงแต่อัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งหมายถึงเฟดอาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายยาวนาน ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำไปสู่ตลาดที่มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าโดยเฉพาะตลาดเอเชียที่มีทั้งเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระสูงและยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นในอนาคต หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อยู่กระแสเงินทุนจากต่างชาติก็จะยังไหลเข้าตลาดเอเชียต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ค่าเงินยูโรยังแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐจะส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น เช้านี้ค่าเงินเอเชียค่อนข้างทรงตัวหลังจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมาแข็งค่าต่อเนื่อง สำหรับค่าเงินบาททรงตัวอยู่ที่ระดับ 30.18-30.20 บาท/ดอลลาร์ ตามภูมิภาค

ข่าวภายในประเทศ
GSTEEL อ้อนเจ้าหนี้ 3ราย ผ่อนชำระคืนหมื่นล้าน ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ล่ม เลื่อนแบบไม่มีกำหนด GSTEEL อ้อนเจ้าหนี้การค้า 3 รายใหญ่ ขอผ่อนชำระหนี้คืน 1 หมื่นล้านบาท ออกไปเป็นทยอยจ่าย ตั้งแต่ 5-8 ปี บนเงื่อนไขที่ไม่ต้องมีดอกเบี้ย งานนี้ช่วยแก้ไขปัญหาสภาพคล่องที่มีอยู่ให้ดีขึ้น ส่วนโครงการ Bond Exchange Program เป็นการรักษาผลประโยชน์ให้บริษัทและผู้ถือหุ้นรายย่อยได้ดีที่สุดและไม่มีผู้เสียหายแถม D/E ลดฮวบ “โอกิโน” ลั่นกลุ่มลีสวัสดิ์ตระกูลเป็นแค่ผู้ถือหุ้นเท่านั้น ปล่อยมืออาชีพทำเอง ส่วนประชุมผู้ถือหุ้นกู้ล้ม เลื่อนแบบไม่มีกำหนด (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 4-10-2010)
PS ยอดขาย 3 หมื่นล้าน ระดม 5 พันล้านซื้อที่เพิ่ม PS เผย 9 เดือนยอดขายพุ่ง 30,000 ล้านบาท ทำนิวไฮรอบ 17 ปี หลังไตรมาส 3 ยอดขายทะลักกว่า 10,000 ล้านบาท รับอานิสงส์เปิดโครงการใหม่ 50 โครงการ มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ขณะที่เดือนพ.ย.นี้เล็งออกและเสนอขายกู้4,000-5,000 ล้านบาท ระดมทุนซื้อที่ดินเปิดโครงการใหม่ ส่วนปีหน้าตั้งเป้ารายได้โต 25-30% (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 4-10-2010)
TMT ขาขึ้นรายได้ 3.4 พันล้าน TMT ยอดขายไตรมาส 3 ไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นตัน ลุ้นรายได้ 3,442 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน แต่ฟื้นตัวไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงต้นปี'54 “ไพศาล” การันตียอดขายทั้งปีแตะ 2.8 แสนตัน ฟันรายได้อย่างน้อย 6,000 ล้านบาท คาดว่าราคาเหล็กมีโอกาสขยับขึ้น 24 บาท/กิโลกรัม โบรกฯเชื่อลุ้นปันผล 0.45-0.50 บาท (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 4-10-2010)
HEMRAJ ซื้อหุ้น SIL เพิ่ม 75% จากบริษัทย่อย SCC มูลค่าลงทุน763 ล้านบาท บอร์ด "HEMRAJ" อนุมัติใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มอีก 75% ในเอส ไอ แอล มูลค่า 763.7 ล้านบาท จากบริษัทย่อยในเครือปูนซิเมนต์ไทย พร้อมให้เงินส่วนเหลือแก่เอส ไอ แอล 380 ล้านบาท เพื่อคืนเงินกู้แก่ซีเมนต์ไทย โฮลดิ้ง ระบุดำเนินการแล้วเสร็จวันที่ 1 ต.ค.นี้ ภายหลังซื้อหุ้นเพิ่ม HEMRAJ ถือหุ้นในเอส ไอ แอลเป็น 100% และถือหุ้นทางอ้อม100% ใน RIL (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 4-10-2010)
SPALI ฟุ้งรายได้ปีหน้าโต 20% มีแบ็กล็อกจ่อบุ๊ค 6.5 พันล้าน เล็งเปิด 20 โครงการ "ศุภาลัย" ลั่นปีหน้าตั้งเป้ายอดขาย-รายได้เติบโต15-20% จากปีนี้ที่มั่นใจทำได้ตามเป้า โกยยอดขาย 15,000 ล้านบาท และรายได้ 11,000 ล้านบาท เหตุปีหน้ามีแบ็กล็อกรอบุ๊คแล้ว 6,500 ล้านบาท และจ่อเปิดใหม่ 20 โครงการ มูลค่าเกิน 20,000 ล้านบาท ขณะที่ 9 เดือนปีนี้ยอดขายทะลัก 9,600 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 4 ปีนี้จ่อโอนคอนโดฯ 6 พันล้านบาท หนุนเงินสดเป็นบวก ฐานะการเงินแข็งแกร่ง แถมลุยเปิดโครงการส่งท้ายปีนี้ 10 โครงการ มูลค่า 11,000 ล้านบาท (ที่มา:นสพ.ข่าวหุ้น 4-10-2010)
MILL จ่ายปันผลเป็นหุ้น 60 ล้าน เก็บเงินสดไว้ลงทุนในอนาคต MILL จ่ายเงินปันผลเป็นหุ้น 33,963,030 หุ้น รวมเป็นเงิน 59.56 ล้านบาทหรือคิดเป็น 5.29% ของเงินลงทุน ช่วยประหยัดเงินสดให้ธุรกิจ เพื่อใช้ในโครงการลงทุนอื่นในอนาคต โดยไม่ต้องจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมจากแหล่งภายนอก ทำให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามข้อบังคับเรื่องการจ่ายปันผลต่อผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิได้ โดยไม่มีเงินปันผลค้างจ่ายสะสม (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น4-10-2010)

----------------------------------------------------------------------------------

Code 168 : ทดสอบแนวต้านที่ 980

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม 2553

ATT Code :ทดสอบแนวต้านที่980

----------------------------------------------------------------------------------
สรุปภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย
FSS:คาดมีลุ้นเป้าหมาย 980-990 จุดได้ แต่ยังต้องระวังจังหวะแกว่งผันผวนอยู่!!
แนวโน้ม: แม้ตลาดหุ้นฝั่งยุโรปและสหรัฐจะปิดเป็นลบ แต่จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ค่อนข้างสดใสของสหรัฐ และการเปิดเป็นบวกของตลาดหุ้นในภูมิภาค รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจของไทยเดือน ส.ค. ที่ยังขยายตัวได้ดี น่าจะยังเป็นแรงดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างประเทศให้มีเข้ามาต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเริ่มเข้าสู่ช่วงลุ้นผลประกอบการไตรมาส 3/53 ของ บจ.ต่างๆ แล้ว ทำให้ FSS คาดว่า SET มีแนวโน้มที่จะยังเดินหน้าต่อเนื่องได้ โดยคาดว่า SET มีโอกาสขยับขึ้นไปแถว 980-990 จุดในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตามยังคาดหมายว่าตลาดจะยังมีลักษณะแกว่งตัวผันผวนเป็นระยะๆ จากแรงขายทำกำไรเนื่องจากการขยับขึ้นมาค่อนข้างร้อนแรงของตลาดหุ้นไทย ดังนั้นจึงยังแนะนำให้เลือกซื้อเป็นรายหลักทรัพย์อยู่ ส่วนหุ้นที่ขยับขึ้นมาแรงมากก็มีโอกาสที่จะแกว่งตัวย้อนลงได้ จึงควรรอทยอยเข้ารับในจังหวะพักตัวกลับลงจะปลอดภัยกว่าการซื้อตามทันที
กลยุทธ์: จึงยังแนะนำให้แบ่งส่วนขายทำกำไรบ้างเมื่อตลาดขยับขึ้น และจังหวะเลือกหุ้นเข้ารับยังน่ารอเมื่อตลาดปรับตัวลง โดยหุ้นที่ยังน่าสนใจและราคาต่ำกว่าราคาตามพื้นฐานมากๆ ได้แก่ SIRI, LPN, BCP, IRPC, GLOW, KCE, TASCO, HANA, GFPT, AMATA,PTTEP, DTAC, SPALI, DELTA, VNG, ADVANC, TTCL, CPALL, PS, GLOBAL, TTW
และ PTTAR เป็นต้น
ประเด็นสำคัญวันนี้
• (+) หุ้นเด่นแนะนำเดือน ต.ค.ได้แก่ BANPU, PTTEP, SCB, STEC, TUF แม้ว่าตามสถิติแล้ว เดือน ต.ค. จะเป็นเดือนที่ต่างชาติขายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากเดือนธ.ค. แต่การประชุมของ ECB, BOE, BOJ, BOK เดือนนี้ที่น่าจะตรึงดอกเบี้ย (ของไทยมีแนวโน้มว่าจะขึ้น 0.25%) รวมทั้งการประชุม Fed ต้นเดือนหน้าที่ตลาดคาดว่าจะมี QE2กลับเป็นข่าวบวกกับสินทรัพย์เสี่ยงและมีโอกาสเกิด Dollar carry trade จึงเชื่อว่าตลาดในเดือน ต.ค. มีโอกาสค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปหา 1,000 จุดแต่ยิ่งเข้าใกล้ระดับดังกล่าวความผันผวนจะยิ่งมากขึ้น คาดว่าแบงก์จะเป็นกลุ่มที่โดดเด่นเพราะประกาศงบฯ 20 –21 ต.ค. รวมทั้งหุ้นรายตัวใน Real sector ที่จะเริ่มมีการคาดการณ์ประมาณปลายเดือน
• (+) เศรษฐกิจไทยเดือน ส.ค. ยังขยายตัวดี การบริโภคและการลงทุนขยายตัวดี แต่การส่งออกเริ่มชะลอตามคาด ซึ่งทำให้ภาคการผลิตชะลอด้วย แต่ภาพรวมยังดูดี
• (+) ธปท. อาจปรับประมาณการ GDP ขึ้นในวันที่ 20 ต.ค. นี้
• (-) รมว.ไอซีทียืนยัน พ.ร.บ.กสทช.คลอดสิ้นเดือน พ.ย. นี้ ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นแม้ พ.ร.บ.กสทช. จะผ่าน ยังมีกระบวนการจัดตั้ง กสทช. (6 เดือน) จัดทำแผนแม่บทและแผนบริหารคลื่นความถี่ (6 - 8 เดือน) เตรียมประมูล 3G (6 เดือน) การประมูลจะเกิดขึ้นในปี 2012 เป็นอย่างเร็ว ส่วน 3G ของทีโอที ถ้าทำได้จริง เป็นข่าวบวกกับ JTS,JAS, SAMART, SAMTEL, AIT, LOXLEY
• (-) GSTEEL ประชุมเจ้าหนี้วันนี้ ลุ้นว่าจะยอมรับแผนการปรับโครงสร้างหนี้หรือไม่หรืออาจเลื่อนหากไม่ครบองค์ประชุม แม้เจ้าหนี้จะแปลงสภาพทั้งหมด แต่ไม่ได้แก้ปัญหาสภาพคล่องที่ตึงตัว ไม่แนะนำ GSTEEL
• Fund Flow วานนี้ยังไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคต่อเนื่อง แม้มีปัจจัยลบจากการปรับเครดิตเรดติ้งประเทศสเปน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ค่อนข้างชะลอตัว แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้กระแสเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้าตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนสูง นอกจากนี้การประกาศตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของจีนที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจีนจะนโยบายยืดหยุ่นทางการการค้ากับสหรัฐ ทำให้สหรัฐค่อนข้างที่จะผ่อนคลายหรือกดดันให้จีนแข็งค่าเงินหยวนในช่วงนี้ ดังนั้นแนวโน้มกระแสเงินทุนจากต่างชาติก็จะยังไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาค ประกอบกับค่าเงินในภูมิภาค และค่าเงินยูโรยังแข็งค่าต่อเนื่อง เช้านี้ค่าเงินบาทยังแข็งค่าทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง

ข่าวภายในประเทศ
GSTEEL เล่นเกมเสี่ยงส่อเค้าขายกิจการทิ้ง “สมศักดิ์”เดิมพันครั้งสุดท้ายบีบแปลงหนี้เป็นทุน “ลีสวัสดิ์ตระกูล” วางเดิมพันเฮือกสุดท้ายวันนี้นัดเจ้าหนี้ประชุม บีบต่างชาติรับแผนปรับโครงสร้างหนี้ แต่คาดองค์ประชุมไม่ครบต้องเลื่อนไป 14 ต.ค. ระบุแม้แผนผ่านโหวต แต่ยังเสี่ยงถูกขายกิจการ เหตุบริษัทขาดสภาพคล่องหนัก พันธมิตรใหม่ไม่กล้าเสี่ยง คาดผลประกอบการปีนี้ขาดทุนต่อเนื่องอีก 1 หมื่นล้านบาท ยากจะเยียวยาโบรกฯแนะเลี่ยงลงทุน (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 1-10-2010)
TPOLYงานใหม่พันล้าน เชียร์ซื้อเป้าหมาย 2.26บ. TPOLY จ่อคว้างานใหม่ไตรมาส 4 มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท เสริมงานในมือสิ้นปีอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท ตามเป้าที่ตั้งไว้ “เจริญ” การันตีกำไรสุทธิปีนี้ดีกว่าปีก่อน ตามรายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 20% เป็น 2,000 ล้านบาท หลังรับรู้จากงานที่ยื่นประมูลในไตรมาส 1-2/53 เข้ามามากขึ้น (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 1-10-2010)
CPF กุ้งกระโดด 54% ยอดขายปีนี้ 1.8 แสนล. CPF มั่นใจส่งออกกุ้งปีนี้โตตามเป้ายอดส่งออกแตะ 5.20 หมื่นตันพุ่ง 53% จากปีก่อน 3.40หมื่นตัน คาดมูลค่าส่งออกทะลุ 1.20 หมื่นล้านบาท พุ่ง 54% เชื่อดันยอดขายทั้งปีเข้าเป้า 1.8 แสนล้านบาท หลังคู่แข่งประสบปัญหาโรคระบาดพร้อมย้ำค่าบาทแข็งไม่กระทบผลการดำเนินงาน (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 1-10-2010)
GLOW งบ Q4 หรูกำไรทั้งปีโต 20% ไม่สนค่าบาทแข็ง GLOW ไตรมาส 4/53 กำลังการผลิตเพิ่ม ได้ CFB3 ขนาด 115 เมกะวัตต์ ดันแนวโน้มผลประกอบการปรับตัวขึ้นจากไตรมาส 3/53 คาดทั้งปีกำไรโต 20-25% ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด ยันสามารถจ่ายเงินปันผลได (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 1-10-2010)
BEC รายได้ปีนี้โตแตะหมื่นล้าน สูงเป็นประวัติการณ์ กำไร Q3 ปรี๊ดทะลุ 800 ล้านบาท BEC รายได้ปีนี้ทะลัก 10,000 ล้านบาท “ฉัตรชัย”มั่นใจโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับทิศทางธุรกิจขาขึ้น เศรษฐกิจดี ความเชื่อมั่นตื่น หนุนแรงซื้อโฆษณาไหลเข้า เปรยเล็งปรับค่าโฆษณาขึ้นยกแผงในอนาคต หลังความต้องซื้อล้น ข่าวดีเพียบหนุนราคาหุ้นพุ่งสูงปรี๊ดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่วงการชี้กำไรไตรมาส 3 สุดแกร่ง โตทะลุ 800 ล้านบาท(ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 1-10-2010)
ITD ขายหุ้นน้ำเทิน 2 ให้ EGCO รับเงินเข้ากระเป๋า 3.3 พันล้าน ITD เซ็นขายหุ้นโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 จำนวน 675 แสนหุ้น หรือคิดเป็น 15%ของหุ้นทั้งหมด มูลค่ารวมกว่า 3,300 ล้านบาท ให้กับ EGCO ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น ด้านโบรกฯแนะซื้อ คาดยังมีข่าวดีอีกมาก พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 6 บาท ยังเหลืออัพไซด์อีก 20% (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 1-10-2010)
CPALL ยอดขายปีนี้โตเป้า 20% ลุ้นเปิด DC ขอนแก่นปลายปี น่าซื้อเป้า 48.50 บาท CPALL เชื่อขยายสาขาตามเป้า 450-500 สาขา สิ้นปีครบ 5,700 สาขา ดันยอดขายปีนี้โต 15-20% ส่วน DC ที่ขอนแก่นมีลุ้นเปิดปลายปีนี้ หวังรองรับสาขาทั่วประเทศ ขณะที่ Q4 ฟื้นตัวตามฤดูกาล โบรกฯเชียร์ซื้อเป้าหมาย 48.50 บาท (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น 1-10-201
----------------------------------------------------------------------------------
สรุปภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ตปท.
ข่าวต่างประเทศ
ยุโรป: เยอรมนีเผยอัตราว่างงานเดือนก.ย.ลดลงแตะ 7.2% หลังศก.เติบโตหนุนตลาดแรงงานฟื้น สำนักงานแรงงานกลางเยอรมนีเปิดเผยว่า อัตราว่างงานเดือนก.ย.ของเยอรมนีร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 7.2% จากระดับ 7.6% ในเดือนส.ค. เนื่องจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของเยอรมนีได้ช่วยกระตุ้นตลาดแรงงานให้ฟื้นตัวขึ้นด้วย สำนักงานฯ ระบุว่า ประชาชนที่ขึ้นทะเบียนเป็นคนว่างงานในเดือนก.ย.มีอยู่ทั้งสิ้น 3.031 ล้านคน ต่ำกว่าเดือนส.ค.อยู่ประมาณ 157,000 คน และต่ำกว่าเดือนก.ย.ปีที่แล้วประมาณ 315,000 คน (ที่มา: อินโฟเควสท์ 30-09-2010)
สหรัฐอเมริกา: WTO เตือนนโยบายการค้าของสหรัฐ หวั่นเปิดช่องกีดกันทางการค้า องค์กรการค้าโลก (WTO) ดำเนินการทบทวนนโนบายการค้าของสหรัฐ พร้อมเตือนถึงความเป็นไปได้ว่านโยบายดังกล่าวอาจปูทางไปสู่การกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐกับกลุ่มประเทศคู่ค้า รายงานจากสำนักงานเลขาธิการของ WTO ระบุถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะใช้มาตรการต่างๆ เป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้ากับประเทศคู่ค้า ทั้งๆที่สหรัฐอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการเปิดเสรีด้านการค้าและการลงทุนมากที่สุดในโลก (ที่มา: อินโฟเควสท์ 30-09-2010)
เอเชีย: ญี่ปุ่นเผยยอดการเริ่มสร้างบ้านพุ่งสูงเกินคาด 20.5% ในเดือนส.ค. กระทรวงที่ดิน สาธารณูปโภค การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดการเริ่มสร้างบ้านในเดือนส.ค.พุ่งสูงขึ้นเกินคาด 20.5% ต่อปี โดยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านในเดือนส.ค.พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับระดับ 4.3% ในเดือนก.ค. และยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวที่ 10.2% ทางกระทรวงฯ ระบุว่า จำนวนบ้านที่เริ่มทำการก่อสร้างในเดือนส.ค.อยู่ที่ระดับ 829,000 ยูนิตต่อปี เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ที่ 772,000 ยูนิต ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านในเดือนดังกล่าวจะอยู่ที่ประมาณ 759,000 ยูนิต (ที่มา: อินโฟเควสท์ 30-09-2010)
เอเชีย: ญี่ปุ่นเผยยอดนำเข้าน้ำมันดิบเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.3% สำนักงานพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดนำเข้าน้ำมันดิบในเดือนสิงหาคมของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบปีต่อปี แตะ 111.21 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันด้านกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และ อุตสาหกรรมของญี่ปุ่น รายงานว่า การนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมีสัดส่วน 85.0% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตัวเลขการนำเข้าที่ลดลง 4.2% โดยซาอุดิ อาระเบียยังคงเป็นผู้ส่งออกน้ำมันไปยังญี่ปุ่นรายใหญ่สุด คิดเป็นปริมาณ 32.39 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้น 5.2% รองลงมาคือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 20.95 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้น 12.5% และกาต้าร์ 15.10 ล้านบาร์เรลเพิ่มขึ้น 8.1% (ที่มา: อินโฟเควสท์ 30-09-2010)
เอเชีย: ผลการสำรวจชี้การผลิตเหล็กดิบญี่ปุ่นเดือนต.ค.-ธ.ค.ลดลง 1.5% ผลการสำรวจของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นชี้การผลิตเหล็กดิบของญี่ปุ่นในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.มีแนวโน้มว่า จะร่วงลง 1.5% จากไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย. ขณะที่ยอดขายรถมีแนวโน้มว่าจะอ่อนตัวลง เนื่องจากโครงการให้เงินอุดหนุนเพื่อการซื้อรถยนต์ประหยัดพลังงานของรัฐบาลหมดอายุลง ผลการสำรวจคาดว่า จำนวนรถยนต์ที่ได้มีการผลิตในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.คาดว่า จะอยู่ที่ 26.98 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.4% จากระดับปีที่แล้ว และคาดว่ายอดขายรถจะชะลอตัวลง โดยดีมานด์การใช้เหล็กในการก่อสร้างที่ชะลอตัวลงคาดว่า จะมีส่วนทำให้ยอดผลผลิตรถลดลงรายไตรมาสด้วยเช่นกัน (ที่มา: อินโฟเควสท์ 30-09-2010)

----------------------------------------------------------------------------------